PLAY ACADEMY

Institute of Child Cognitive Development and Positive Parenting

Play & Grow

BLOG > POST

ค้นหา

เมื่อลูกอาละวาด

พลอย เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ มักร้องไห้ ทิ้งตัวลงนอนดิ้นกับพื้นเวลาถูกขัดใจ บางครั้งไม่ดิ้นแต่จะฟุบตัวท่ากบลงนอนร้องไห้


แม่ไม่กล้าพาไปไหน เมื่อวานแม่พาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า พลอยบอกให้แม่ซื้อของเล่นให้แต่แม่ไม่ซื้อให้ก็ลงไปนอนดิ้นกับพื้น ร้องจะเอาให้ได้ คนหันมามองดูกันอยู่นาน แม่รู้สึกอายและกังวล


กรณ์ เด็กชายวัย 9 ขวบ เมื่ออยู่กับพ่อแม่ และพี่ชายมักตะโกนตัดพ้อระเบิดอารมณ์เวลาไม่ได้ดั่งใจ ทุบตีพ่อแม่ มักวิ่งหนีพ่อแม่ในที่สาธารณะอย่างไม่มีทิศทางเวลาพ่อแม่ตักเตือน เคยวิ่งหนีพ่อแม่ออกนอกร้านอาหารที่ติดกับถนนใหญ่จนเกือบถูกรถชน



“เด็กอาละวาด” หรือ Temper Tantrum Child หมายถึง เด็กที่เมื่อมีอารมณ์โกรธ โมโห รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ ไม่พอใจหรือถูกขัดใจมักกรีดร้อง ดิ้นลงบนพื้น กระทืบเท้า ฟาดแขนขา ตะโกนด่าทอตัดพ้อ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและตนเอง เพื่อระบายความโกรธหรือความคับข้องใจซึ่งเป็นอารมณ์ที่ควบคุมได้ยากในเด็ก 

Temper Tantrum พบได้บ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2 – 3 ขวบ จะพบพฤติกรรมร้องอาละวาดเฉลี่ยวันละ 1 ครั้ง ในแต่ละครั้งร้องนานประมาณ 3 นาที (เด็กบางคนอาจร้องอาละวาดช่วงเวลาสั้นยาวแตกต่างกันไปตั้งแต่ 1.5 – 5 นาที) อาการจะค่อยๆลดลงเมื่อเด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป


การร้องอาละวาดเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เด็กรู้สึกไม่สบายตัวจากความเจ็บป่วย ง่วงนอน หิว รวมถึงเด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบเลี้ยงยาก (Difficult Child) ซึ่งเป็นเด็กที่มีจังหวะการกิน นอน ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ปรับตัวยาก หงุดหงิดง่าย แต่สาเหตุใหญ่ที่ละเลยไม่ได้อีกสาเหตุหนึ่งมักมาจากการเลี้ยงดูที่ตามใจ ฝึกวินัยไม่ต่อเนื่อง ตั้งข้อตกลงขึ้นมาแต่ไม่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอหรือพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกเข้มงวดมากเกินไป มีการแสดงออกด้านอารมณ์ทางลบต่อเด็ก ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ไม่ดี ใช้วิธีลงโทษที่รุนแรงส่งผลให้เด็กโกรธคับแค้นใจจึงระเบิดอารมณ์ออกมาและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีในครอบครัวระยะยาวต่อไปได้


✏️ การร้องอาละวาดที่จัดว่าเป็นปัญหา มีลักษณะดังต่อไปนี้


(1) พ่อแม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาหรือเกิดขึ้นบ่อยที่โรงเรียน


(2) ร้องตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน แต่ละครั้งร้องนานเกิน 15 นาที


(3) มีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปัญหาการนอน ปัญหาการเรียน ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน


(4) มีการทำลายข้าวของ ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่นร่วมด้วย


ครูมีคำแนะนำให้กับพ่อแม่เพื่อใช้ปรับพฤติกรรมลูกอาละวาดอยู่หลายข้อ ขอให้เลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์และตัวตนของลูก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายามที่จะช่วยลูกอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่พอเห็นว่ายากก็หยุดเพียงแค่นี้แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของกาลเวลาที่จะช่วยลูกให้ดีขึ้นเองเพราะหลายกรณีที่พ่อแม่ปล่อยปละละเลยไม่เอาจริง ลูกก็เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่จัดการหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นไม่ราบรื่น


การจัดการลูกอาละวาด (How to manage tantrum child)


(1) พ่อแม่ต้องนิ่งและสงบ


เมื่อลูกอาละวาดเพราะไม่ได้ดั่งใจ พ่อแม่ควรควบคุมอารมณ์ไม่ให้กระเจิดกระเจิงไปกับลูก สิ่งแรกที่ควรพูดกับลูกนั้นต้องทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร

วิธีการพูดที่ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร ได้แก่


“แม่รู้ว่าหนูโกรธ”

“แม่รู้ว่าหนูอยากได้”

“แม่รู้ว่าหนูโมโห”

“แม่รู้ว่าหนูผิดหวัง”

“แม่รู้ว่าหนูเสียใจ”


(2) บอกลูกถึงพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ยอมรับ


หลังจากที่พ่อแม่พูดให้ลูกรับรู้ได้ว่าพ่อแม่เข้าใจว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรควรตามมาด้วยการสร้างความตระหนักให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมที่เขาแสดงออกมาในขณะนี้ไม่เหมาะสมและไม่ได้ผล


วิธีการพูดให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมที่เขาแสดงออกมาในขณะนี้ไม่เหมาะสมและไม่ได้ผล ได้แก่


“แต่หนูร้องแบบนี้แม่ไม่ชอบ”

“แต่หนูตะโกนใส่แม่แบบนี้แม่ไม่ชอบ”

“แต่หนูตีแม่แบบนี้แม่ไม่ชอบ”

“แต่หนูพูดไปและร้องไห้ไปแบบนี้แม่ฟังไม่รู้เรื่อง”


(3) หยุด


เมื่อพ่อแม่บอกลูกแล้วว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่เหมาะสมก็ควรจะบอกลูกด้วยว่าพฤติกรรมที่ลูกควรทำเป็นเช่นไร


“หนูหยุดร้องก่อน เมื่อหยุดร้องแล้วหนูมาหาแม่นะจ๊ะ”


“หนูหยุดตะโกนก่อน และถ้าพร้อมแล้วไปหาแม่ในครัว แม่ขอไปทำกับข้าวต่อก่อน”


ระหว่างที่ลูกพยายามควบคุมตนเองตามที่ได้คุยกันไว้ พ่อแม่ควรอยู่ในบริเวณนั้นแต่ไม่ต้องยืนรอหรือยืนเฝ้าจ้องมองลูกแต่อย่างใด พ่อแม่สามารถทำภารกิจรอบๆตัวได้ในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากลูกนัก หากลูกยังควบคุมตัวเองไม่ได้ พ่อแม่สามารถเตือนได้เป็นพักๆ เช่น ทุกๆสามนาทีว่า ถ้าหยุดร้องแล้ว รู้สึกว่าพร้อมก็มาหาแม่นะคะ แม่จะรอหนูอยู่ที่โต๊ะทำงาน


(4) ควบคุมพื้นที่และพฤติกรรมลูกให้ได้


✅ ถ้าลูกอาละวาดที่บ้านให้พ่อแม่ปฏิบัติตามข้อ 1 – 3


✅ ถ้าลูกอาละวาดในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า ให้อุ้มมาที่รถ ถ้าไม่มีธุระอะไรต่อก็ขับกลับบ้านเลย ยืนยันกับลูกว่า “หยุดร้องแล้วค่อยคุยกัน” ถ้ามีผู้ใหญ่มาด้วยให้ผู้ใหญ่กอดเด็กไว้เพื่อไม่ดิ้นป่วนในรถ ถ้าแม่มาคนเดียวขอให้กอดลูกจนลูกสงบ หยุดร้องแล้วค่อยขับรถกลับบ้าน


✅ ถ้าธุระยังไม่เสร็จ ขอให้หามุมเงียบๆเพื่อเสียงร้องของลูกจะไม่รบกวนผู้อื่นมากเกินไป เช่น จุดเปลี่ยนผ้าอ้อมในห้องน้ำหรือมุมที่ห่างไกลจากผู้คน


✅ ถ้าลูกอาละวาดแล้วทำร้ายตัวเอง (กัด ข่วน ตีหน้า เอาหัวโขกพื้นหรือกำแพง) พ่อแม่ต้องกอด จับแขน รวบขา รวบตัวให้ลูกหยุดทำร้ายตัวเองให้ได้


✅ ถ้าลูกอาละวาดแล้วขว้างปาข้าวของหรือนอนดิ้นลงที่พื้น ให้พ่อแม่เคลียร์พื้นที่ เอาสิ่งของต่างๆออกให้พ้นมือเด็กหรือบริเวณที่ลูกดิ้นพร่าน


(5) ไม่เดินหนีลูก


เด็กที่กำลังอาละวาดนั้นมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว เขาจัดการกับอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองไม่ได้ เมื่อพ่อแม่เดินหนีจึงยิ่งเพิ่มความปั่นป่วนทางอารมณ์ให้แก่เด็ก เด็กรู้สึกถูกละทิ้ง อาจเกิดความวิตกกังวลในการพรากจาก (Seperation Anxiety) ก็ยิ่งร้องอาละวาดไปกันใหญ่ ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ไม่ต้องยืนรออยู่ตรงไหน ท่านสามารถทำภารกิจต่างๆรอบตัวในพื้นที่ที่ดูแลลูกได้ และลูกยังเห็นท่านว่าไม่ได้ทิ้งเขาไปไหน


(6) ไม่ตำหนิตัวตนของลูก


เมื่อลูกสามารถควบคุมตนเองให้สงบลงได้และพร้อมที่จะเข้าหาพ่อแม่ พ่อแม่ควรอธิบายเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ลูกทำตามความต้องการได้โดยอ้างถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแต่ไม่ตำหนิตัวตนของลูก เช่น


แม่รู้ว่าลูกอยากได้รถ (ของเล่น) คันนั้น ที่แม่ไม่อนุญาต เพราะ ราคาแพงเกินไป ถ้าลูกอยากได้แม่คิดว่าน่าจะเก็บค่าขนมสะสมไว้ เวลาลูกอยากได้อะไรให้เราพูดกันดีๆ แม่จะช่วยดูให้ ไม่ต้องตะโกนร้องไห้ขนาดนี้


การตำหนิพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของลูกเป็นการยืนยันให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่แสดงออกไม่เหมาะสม และพ่อแม่ไม่ชอบ “พฤติกรรม” ของเขาไม่ใช่ไม่ชอบ “ตัวเขา”


การจัดการลูกอาละวาดมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกควบคุมตัวเองให้ได้ พ่อแม่จึงต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน เด็กจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้พ่อแม่จึงต้องเข้ามาช่วยให้เขานิ่ง สงบ และใจเย็นลง การอาละวาดลูกกลับด้วยการดุ ด่าทอ ลงโทษรุนแรงเพื่อให้หลาบจำเหมือนเติมน้ำมันลงในกองไฟไม่มีประโยชน์กับฝ่ายใดเลย อย่าลืมนะคะว่าเด็กในวัยนี้สมองส่วนเหตุผลยังทำงานไม่เต็มที่ในขณะที่สมองส่วนอารมณ์คือสิ่งที่นำพาชีวิตเด็ก


ลูกโตขึ้นทุกวันและมองพ่อแม่อยู่ตลอด อยากให้ลูกควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างในการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมให้ลูกได้เห็น ความเข้าใจในตัวตนของลูก และลงมือปรับพฤติกรรมลูกอย่างถูกวิธีเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ไม่ยืดเยื้อ ขอเพียงพ่อแม่ต้องเอาจริงมีเป้าหมายในการปรับให้ลูก Temper Tantrum ให้หายไปได้ในที่สุด


ด้วยรักจากใจจริง ❤️


ครูปุ๊ก Play Academy

ดู 0 ครั้ง

PRODUCTS

MY CART

0

CONTACT US

  • Call
  • Inbox
  • LINE
  • EMAIL

Call Center : 083-596-5596, 02-019-8856

Email : PlayAcademyThailand@gmail.com

Website : www.PlayAcademyThailand.com

LINE ID : @playacademy

ADDRESS

  • Google Maps

PLAY EDUCATION (THAILAND) CO., LTD.

The Circle Ratchapruk (Room B3)

39 Ratchapruk Rd. Bangramard

Talingchan Bangkok 10170

FOLLOW US

  • Facebook
  • YouTube

บริษัท เพลย์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0105559125741

|

ที่ตั้งบริษัท : เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ (ห้อง B3) 39 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

Call Center : 083-596-5596, 02-019-8856

|

|

|

LINE OA : @playacademy

บัญชีธนาคารของบริษัท : ธนาคารกรุงเทพ, สาขา เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์, ชื่อบัญชี บจ. เพลย์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย), เลขที่บัญชี  089-7-08595-7